บทที่ 9 เหตุเกิดที่ตลาด
ตอนที่ 9 เหตุเกิดที่ตลาด
สามปีต่อมา...
เจินอิ่งหลัวยังคงใช้ชีวิตอยู่ในจวนกั๋วกงดังเช่นเดิม แม้วันเวลาจะผ่านพ้นไปนานถึงสามปี ทว่าความทรงจำเกี่ยวกับบุรุษผู้เป็นอาจารย์ของนางยังคงอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ
นางยังคงเคารพหานอวิ๋นเฉิงในฐานะอาจารย์ ยังคงจดจำคำสอนเรื่องหมากล้อม คำสอนเรื่องการใช้เหตุผล และคำสอนเรื่องการมองผู้คนให้ลึกซึ้งกว่าสิ่งที่เห็นภายนอก นางได้พบเจอเขาบ้างตามงานต่างๆ เมื่อได้พบก็เพียงย่อทำความเคารพ "คารวะใต้เท้าหาน"
หญิงสาวใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกหมากล้อม ศึกษาตำรา และบางครั้งก็ออกมาดื่มขนมและชาที่ร้านในเมืองกับสหาย วันนี้ก็เช่นกัน
ณ ร้านน้ำแห่งหนึ่ง...
เสียงพูดคุยของผู้คนดังคลอไปกับเสียงถ้วยชาที่กระทบกันเบา ๆ กลิ่นหอมของชาอ่อนลอยอบอวลทั่วร้าน บรรยากาศยามบ่ายเต็มไปด้วยความคึกคักของผู้คนที่มาพักผ่อน
บนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง หญิงสาวสองนางกำลังนั่งอยู่หน้ากระดานหมากล้อม
"ข้าชนะแล้ว"เจินอิ่งหลัววางหมากตาสุดท้ายลงอย่างสง่างาม ริมฝีปากบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมีประกายแห่งความมั่นใจ
มู่หลัน บุตรสาวของโหวจิ้งเสวียน จ้องมองกระดานหมากตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
นางขยับตัวไปมา พลางมองหมากของตนเองสลับกับหมากของอิ่งหลัว ราวกับหวังว่าหากมองนานพอ หมากเหล่านั้นจะเปลี่ยนตำแหน่งไปเอง
แต่ความจริงก็คือ...นางแพ้อีกแล้ว"เจ้าจะยอมอ่อนข้อให้ข้าหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร!?"มู่หลันแยกเขี้ยว พลางทำแก้มพองด้วยความไม่พอใจ แต่ท่าทางนั้นไม่ได้มีความโกรธจริงจังแม้แต่น้อย กลับดูเหมือนเด็กน้อยที่กำลังงอนสหายมากกว่า
อิ่งหลัวมองท่าทางของนางแล้วอดหัวเราะไม่ได้"ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเอาชนะเจ้าถึงเพียงนั้นเสียหน่อย"นางกล่าวด้วยน้ำเสียงคล้ายรู้สึกผิดเล็กน้อย"เพียงแต่...ใครใช้ให้เจ้ามีวิธีเดินหมากแบบเดิมทุกครั้งเล่า ข้ามองออกหมดแล้ว"อิ่งหลัวพูดอย่างตรงไปตรงมา
นางไม่ได้ต้องการดูถูกมู่หลัน เพียงแต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา นางฝึกฝนหมากล้อมอย่างหนัก ทั้งศึกษาตำราเก่า ๆ และพยายามวิเคราะห์วิธีคิดของผู้เล่นแต่ละคน จนทักษะของนางพัฒนาขึ้นมาก
"ช่างเถิด..."มู่หลันโบกมืออย่างยอมแพ้ ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา"เห็นแก่ที่ข้าแพ้ เจ้าเลี้ยงถังหูลู่ข้า"
อิ่งหลัวเบิกตาเล็กน้อย"เหตุใดข้าเป็นฝ่ายชนะ แต่กลับต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงเล่า?"
มู่หลันหัวเราะออกมา"เพราะข้าเป็นคนแพ้ ข้าต้องการปลอบใจตัวเองไม่ได้หรือ?"
อิ่งหลัวส่ายหน้าอย่างจนใจ แต่สุดท้ายก็หัวเราะตาม"เจ้านี่หาเหตุผลเก่งจริง ๆ"
"ถือว่าเจ้าชมข้าแล้วกัน"สองสตรีหัวเราะด้วยกัน ก่อนเดินออกจากร้านขนมและน้ำชาอย่างอารมณ์ดี
ตลาดในยามบ่ายเต็มไปด้วยผู้คน เสียงพ่อค้าแม่ค้าร้องเรียกลูกค้าดังไปทั่วถนน กลิ่นหอมของขนมหลากหลายชนิดลอยมาตามสายลม ผู้คนเดินสวนกันอย่างคึกคัก อิ่งหลัวกับมู่หลันเดินเคียงกัน มือหนึ่งถือถังหูลู่ที่ซื้อมา
ทันใดนั้น...
"เอ๊ะ! เอาของข้าคืนมานะ!"เสียงร้องดังขึ้นจากด้านหน้า
เด็กสาววัยไม่ถึงสิบหนาวคนหนึ่งวิ่งตามเด็กชายวัยเดียวกัน นางมีใบหน้าแดงก่ำจากความโกรธและความเสียใจ ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา
เด็กชายวิ่งไปพลางหัวเราะไปพลาง เขาชูตำราเล่มหนึ่งขึ้นเหนือศีรษะ
"อยู่กับเจ้าก็อ่านไม่รู้เรื่องหรอก! เจ้าไม่ได้เรียนหนังสือสักหน่อย!"
คำพูดนั้นทำให้เด็กหญิงหยุดชะงัก นางกำหมัดแน่น พยายามกลั้นน้ำตา"ข้าอ่านไม่ออกแล้วอย่างไร?"
เสียงของนางสั่นเครือ"ข้าอุตส่าห์เก็บเงินซื้อ...ข้ารอวันที่ข้าจะอ่านมันออก เอาคืนมาให้ข้านะ!"
อิ่งหลัวที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ กำถังหูลู่ในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย แววตาของนางเปลี่ยนไปทันทีมู่หลันเองก็ขมวดคิ้ว"เด็กนั่นมันน่าตีก้นจริง ๆ"นางพึมพำ"หนังสือนั่นก็ไม่ใช่ของตัวเอง ยังจะแย่งไปอีก"
อิ่งหลัวไม่ได้ตอบนางเพียงเดินเข้าไปหาเด็กทั้งสองคน
"เด็กน้อย"เสียงนั้นทำให้เด็กชายหยุดวิ่งก่อนจะมองใบหน้าสวยของผู้มาใหม่
อิ่งหลัวมองหนังสือในมือเขา ก่อนกล่าว"หนังสือนั่นมิใช่ของเจ้า เหตุใดจึงไม่คืนเจ้าของ?"
เด็กชายเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย"พี่สาวยุ่งอะไรด้วยหนังสือนี่ไม่เหมาะกับนางสักหน่อย นางอ่านมันไม่ออก"เขากอดหนังสือไว้แน่น
คำตอบนั้นทำให้อิ่งหลัวนิ่งไปนางมองเด็กชายตรงหน้าอย่างไม่พอใจไม่ใช่เพราะเขาเอาหนังสือไปแต่เพราะคำพูดของเขา...คำพูดที่บอกว่า คนที่อ่านหนังสือไม่ออกไม่ควรมีหนังสือ
"ผู้ใดกำหนดว่าคนอ่านไม่ออกไม่มีสิทธิ์มีตำรา?"เสียงของอิ่งหลัวเย็นลง"หากเจ้าไม่คืนหนังสือ ก็จ่ายเงินมา"นางกล่าวพลางยื่นมือออกไปจากนั้นนางหันไปหาเด็กหญิง"เจ้าของหนังสือ เจ้าอยากขายหรือไม่?"
เด็กหญิงก้มหน้าลง ก่อนตอบเสียงเบา"ข้าซื้อมาสามตำลึงเงินเจ้าค่ะ...แต่มันหาซื้อยาก ข้าไม่ขายนะเจ้าคะ"นางกำชายเสื้อแน่น
อิ่งหลัวยิ้มบาง ๆ นางหันกลับไปมองเด็กชาย"ได้ยินหรือไม่ นางไม่ขาย เช่นนั้นก็คืนหนังสือมา"
สายตาของอิ่งหลัวนิ่งสงบ แต่กลับทำให้เด็กชายรู้สึกกดดันอย่างประหลาด แม้เขาจะยังไม่อยากคืน แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของทั้งอิ่งหลัวและมู่หลัน สุดท้ายก็ยอมยื่นหนังสือคืน
เด็กหญิงรับหนังสือกลับมาอย่างทะนุถนอม ดวงตาของนางเป็นประกายราวกับได้รับของล้ำค่า
"ขอบคุณพี่สาวเจ้าค่ะ"นางโค้งศีรษะให้อย่างซาบซึ้ง ก่อนเดินจากไป
มู่หลันมองแผ่นหลังเล็ก ๆ นั้นแล้วถอนหายใจ"แม้อ่านไม่ออก แต่ก็ยังอยากมีตำรา...น่าสงสารนัก พวกนางคงไม่ได้เรียน"
อิ่งหลัวมองตามเด็กหญิงคนนั้นไปแววตาของนางเต็มไปด้วยความคิด"นับว่าพวกเราโชคดี เพราะพวกเราเกิดในตระกูลขุนนาง แม้เป็นสตรี โอกาสเรียนอาจมีจำกัด แต่ก็ยังมากกว่าสตรีทั่วไปหลายเท่า"
นางกำถังหูลู่ในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ในใจของนางยิ่งมั่นคงกว่าเดิม หากวันหนึ่งนางสามารถเปิดสำนักศึกษาได้...เด็กหญิงเหล่านั้นจะไม่ต้องยืนมองตำราอยู่เพียงภายนอกอีกต่อไป
